Broken Link คืออะไร? วิธีหาและแก้ไขลิงก์เสียก่อนเว็บพัง

Broken Link คืออะไร

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังเดินตามป้ายบอกทางในห้างสรรพสินค้าเพื่อไปยังร้านค้าที่ต้องการ แต่เมื่อเดินไปถึงปลายทางกลับพบว่าเป็นกำแพงตันๆ หรือร้านนั้นได้ย้ายไปแล้ว ความรู้สึกผิดหวังและสับสนที่เกิดขึ้นนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานเจอเมื่อคลิก “Broken Link” บนเว็บไซต์

มันคือ “ทางตัน” บนโลกดิจิทัลที่สามารถทำลายทั้งประสบการณ์ของผู้ใช้งานและอันดับ SEO ของคุณได้ บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับลิงก์เสีย เพื่อให้คุณสามารถจัดการกับมันได้อย่างถูกต้อง

Broken Link คืออะไร? Broken Link หรือที่เรียกว่า “ลิงก์เสีย” หรือ “ลิงก์ตาย” (Dead Link) คือ ไฮเปอร์ลิงก์ที่เมื่อคลิกไปแล้ว ไม่สามารถนำไปยังหน้าเว็บปลายทางที่ถูกต้องได้ แต่กลับนำไปสู่หน้า “404 Not Found“ หรือหน้าแสดงข้อผิดพลาดอื่นๆ แทน

เราสามารถแบ่งลิงก์เสียออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ:

  • 1. Internal Broken Links (ลิงก์เสียภายใน):
    • คือลิงก์เสียที่ชี้จากหน้าหนึ่ง ไปยังอีกหน้าหนึ่งที่อยู่ “ภายใน” เว็บไซต์เดียวกัน เช่น ลิงก์จากหน้าแรกไปยังหน้าบริการที่ถูกลบไปแล้ว
  • 2. External Broken Links (ลิงก์เสียภายนอก):
    • คือลิงก์เสียที่ชี้จากเว็บไซต์ของเรา “ออกไป” ยังเว็บไซต์ของคนอื่น เช่น เราเคยลิงก์ไปยังบทความอ้างอิง แต่ตอนนี้เว็บนั้นได้ลบหน้านั้นทิ้งไปแล้ว

ลิงก์เสียสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ:

  • เจ้าของเว็บไซต์พิมพ์ URL ผิดพลาด (Typo): เกิดจากการสะกดชื่อลิงก์ผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียวตอนที่สร้างลิงก์
  • หน้าเว็บปลายทางถูกลบไปแล้ว: เจ้าของเว็บไซต์ต้นทางหรือปลายทางอาจจะลบหน้าเพจนั้นๆ ออกไปจากระบบ
  • มีการเปลี่ยนแปลง URL ของหน้าเว็บ: มีการเปลี่ยนชื่อลิงก์ของหน้าปลายทาง แต่ไม่ได้ทำการแจ้งย้ายที่อยู่ (301 Redirect) ทำให้ลิงก์เก่าไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
  • เว็บไซต์ปลายทางปิดตัวลงหรือไม่สามารถเข้าถึงได้: เว็บไซต์ที่เคยลิงก์ไปหาอาจจะปิดบริการหรือมีปัญหาทางเทคนิคทำให้เข้าไม่ได้
  • องค์ประกอบบางอย่างในหน้าเว็บถูกลบ: เช่น ไฟล์ CSS หรือ Javascript ที่จำเป็นต่อการแสดงผลถูกลบไป

การปล่อยให้มีลิงก์เสียในเว็บไซต์นั้นส่งผลร้ายมากกว่าที่คิด:

  • ทำลายประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (Bad User Experience): นี่คือผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด มันสร้างความหงุดหงิดและความรู้สึกไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้ผู้ใช้งานออกจากเว็บไซต์ของคุณและอาจไม่กลับมาอีกเลย
  • ส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ SEO:
    • ทำให้ Google Bot หยุดทำงาน: เมื่อ Bot ของ Google เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บแล้วเจอลิงก์เสีย มันเปรียบเสมือนเจอทางตัน ทำให้ Bot หยุดการเดินทางและอาจไม่เข้าไปเก็บข้อมูลในหน้าอื่นๆ ที่อยู่ลึกเข้าไป
    • ทำให้เสีย Link Juice: หากคุณมี Backlink คุณภาพชี้มายังหน้าเว็บหนึ่ง แต่หน้านั้นกลายเป็นหน้า 404 พลัง SEO ทั้งหมดที่ควรจะได้รับก็จะสูญเปล่าไปในทันที
    • อาจถูกมองว่าเว็บไซต์ไม่ได้รับการดูแล: เว็บไซต์ที่มีลิงก์เสียจำนวนมากเป็นสัญญาณบอก Google ว่าเจ้าของเว็บไม่ได้ดูแลรักษาเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือโดยรวม

เราสามารถหาลิงก์เสียได้หลายวิธี:

  • 1. ใช้ Google Search Console (GSC):
    • เป็นเครื่องมือฟรีและดีที่สุด ไปที่เมนู Pages > Not found (404) ระบบจะแสดงรายการ URL ทั้งหมดในเว็บของคุณที่ Google พบว่าเป็นลิงก์เสีย
  • 2. ใช้เครื่องมือตรวจสอบลิงก์โดยเฉพาะ:
    • มีเครื่องมือออนไลน์มากมายทั้งฟรีและเสียเงินที่ใช้สแกนเว็บไซต์เพื่อหาลิงก์เสียโดยเฉพาะ เช่น Ahrefs’ Broken Link Checker, Screaming Frog, หรือ Google Chrome Extension ที่ชื่อว่า Check My Links

เมื่อคุณเจอลิงก์เสียแล้ว ให้จัดการตามสถานการณ์ดังนี้:

  • กรณีที่ 1: เป็น Internal Broken Link (ลิงก์เสียภายในเว็บเราเอง):
    • แก้ไขลิงก์ให้ถูกต้อง: หากเป็นแค่การพิมพ์ URL ผิด ให้เข้าไปแก้ไขที่หน้าต้นทางให้ถูกต้อง
    • ลบลิงก์ออก: หากหน้าปลายทางนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ก็ให้เข้าไปลบลิงก์นั้นออกจากหน้าต้นทาง
    • ทำ 301 Redirect: หากคุณแค่เปลี่ยน URL ของหน้านั้นไปเป็น URL ใหม่ ให้ทำการ “แจ้งย้ายที่อยู่ถาวร” หรือ 301 Redirect จาก URL เก่าไปยัง URL ใหม่
  • กรณีที่ 2: เป็น External Broken Link (ลิงก์ที่เราชี้ไปหาเว็บอื่น):
    • หาลิงก์ใหม่มาแทนที่: พยายามหาหน้าเว็บอื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ แล้วเปลี่ยนลิงก์ไปชี้ที่แหล่งข้อมูลใหม่นั้นแทน
    • ลบลิงก์ออก: หากไม่สามารถหาหน้าเว็บอื่นมาแทนที่ได้ การลบลิงก์นั้นออกไปเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

บทสรุป หมั่นดูแลรักษาบ้านของคุณให้ดีอยู่เสมอ

Broken Link ก็เหมือนกับก๊อกน้ำที่รั่วหรือหลอดไฟที่เสียในบ้านของเรา การปล่อยทิ้งไว้นานๆ ย่อมสร้างปัญหาตามมาแน่นอน การหมั่นตรวจสอบและซ่อมแซมลิงก์เสียอย่างสม่ำเสมอ คือหนึ่งในกระบวนการบำรุงรักษาเว็บไซต์ (Website Maintenance) ขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานและรักษา “คุณภาพ” ของ SEO ที่ดีให้กับเว็บไซต์ของคุณในระยะยาว

Scroll to Top