
ลองจินตนาการว่าโปรไฟล์ Backlink ของเว็บไซต์คุณเปรียบเสมือนกลุ่มเพื่อนที่คุณคบหาอยู่ เพื่อนที่ดี (Backlink คุณภาพ) ก็จะช่วยส่งเสริมชื่อเสียงของคุณให้ดีขึ้น แต่ถ้าคุณมีเพื่อนที่ไม่ดี (Backlink ขยะ) พวกเขาก็อาจจะดึงให้ชื่อเสียงของคุณตกต่ำลงได้
การทำ Disavow Links ก็คือ การเดินไปบอก Google อย่างเป็นทางการว่า “เราขอตัดขาดและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้ (ลิงก์ขยะ) อีกต่อไป” มันคือเครื่องมือขั้นสูงที่ทรงพลังแต่ก็อันตรายในเวลาเดียวกัน บทความนี้จะสอนทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือนี้อย่างละเอียดและปลอดภัย
Table of Contents
1. ทำความเข้าใจ Disavow Links
Disavow Links คืออะไร? Disavow Links คือ กระบวนการในการยื่นไฟล์รายชื่อลิงก์ (.txt) ที่เราไม่ต้องการ ให้กับ Google ผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า Disavow Tool เพื่อร้องขอให้ Google “เมิน” หรือ “ไม่นำลิงก์เหล่านั้น” มาพิจารณาในการประเมินและจัดอันดับเว็บไซต์ของเรา
มันคือเครื่องมือสำหรับ “ปฏิเสธความรับผิดชอบ” ต่อลิงก์คุณภาพต่ำที่ชี้เข้ามาหาเว็บไซต์เรานั่นเอง
2. ลักษณะของ Backlink ขยะ (Toxic Backlinks) ที่ควรรู้
ก่อนจะไปตัดเพื่อน เราต้องรู้ก่อนว่าเพื่อนคนไหนคือเพื่อนไม่ดี ลิงก์ขยะมักจะมีลักษณะดังนี้:
- ลิงก์จากเว็บไซต์ไม่มีคุณภาพ เช่น เว็บพนัน, เว็บลามกอนาจาร, เว็บสแปม
- ลิงก์จากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเนื้อหาของคุณเลย
- ลิงก์ที่มาจากการซื้อ-ขาย หรือมาจากเครือข่าย PBN คุณภาพต่ำ
- ลิงก์ที่ใช้ Anchor Text เป็นสแปมอย่างชัดเจน เช่น “คาสิโนออนไลน์”
- ลิงก์จากเว็บต่างประเทศที่ใช้ภาษาที่เราอ่านไม่ออก
3. เราควรทำ Disavow Links เมื่อไหร่?
นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุด เพราะไม่ใช่ทุกเว็บที่จำเป็นต้องทำ Google แนะนำให้ทำในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น:
- กรณีที่ 1 (จำเป็นต้องทำ): เมื่อได้รับ Manual Action Penalty จาก Google
- หากคุณได้รับการแจ้งเตือน “การกระทำโดยผู้ใช้” ที่เกี่ยวข้องกับ “ลิงก์ที่ผิดธรรมชาติ” ใน Google Search Console การทำ Disavow คือส่วนหนึ่งของกระบวนการแก้ไขที่จำเป็น
- กรณีที่ 2 (ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ): เมื่ออันดับตกอย่างรุนแรงและสงสัยว่าเกิดจาก Negative SEO
- หากเว็บไซต์ของคุณถูกโจมตีด้วย Backlink ขยะจำนวนมากอย่างฉับพลัน (Negative SEO) จนทำให้อันดับตก การทำ Disavow ก็เป็นหนึ่งในวิธีแก้ไข
- กรณีที่ 3 (ทำเพื่อป้องกัน): เมื่อตรวจสอบพบ Backlink ขยะจำนวนมาก
- หากคุณตรวจสอบโปรไฟล์ Backlink ของเว็บแล้วพบว่ามีลิงก์ขยะปะปนอยู่เป็นจำนวนมากและรู้สึกไม่สบายใจ การทำ Disavow เชิงรุกก็สามารถทำได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด
4. วิธีทำ Disavow Links ทีละขั้นตอน
กระบวนการทำ Disavow มี 3 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมและตรวจสอบ Backlink ทั้งหมด (Backlink Audit)
- รวบรวมข้อมูล: ใช้เครื่องมืออย่าง Google Search Console (ฟรี), Ahrefs, SEMrush, หรือ Moz เพื่อดึงรายการ Backlink ทั้งหมดที่ชี้มายังเว็บไซต์ของคุณออกมาเป็นไฟล์
- วิเคราะห์: ตรวจสอบลิงก์ทีละรายการ แล้วทำการคัดแยกระหว่าง “ลิงก์ดี” ที่ควรเก็บไว้ กับ “ลิงก์ขยะ” ที่ต้องการจะลบออก ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบอย่างมาก
ขั้นตอนที่ 2: สร้างไฟล์ Disavow (.txt)
- สร้างไฟล์: เปิดโปรแกรม Text Editor (เช่น Notepad) แล้วสร้างไฟล์เปล่าขึ้นมา
- ใส่รายชื่อลิงก์: นำรายชื่อลิงก์ขยะที่คัดเลือกไว้มาใส่ในไฟล์ โดยใช้รูปแบบ (Syntax) ที่ถูกต้อง ดังนี้:
- ใช้เครื่องหมาย
#นำหน้าข้อความเพื่อใส่คอมเมนต์ (Google จะไม่อ่านบรรทัดนี้) - หากต้องการ Disavow แค่บาง URL จากเว็บนั้น ให้ใส่ URL แบบเต็ม:
http://spam.example.com/stuff/comments.html - หากต้องการ Disavow ทุกลิงก์จากทั้งโดเมน (เป็นวิธีที่แนะนำและปลอดภัยที่สุด) ให้ขึ้นต้นด้วย
domain::domain:example.com
- ใช้เครื่องหมาย
ตัวอย่างไฟล์ .txt ที่สมบูรณ์:
# ติดต่อให้ลบแล้วแต่เจ้าของเว็บไม่ตอบกลับ
domain:spam-example-1.com
# เว็บพนันที่ทำ Negative SEO เข้ามา
domain:casino-example-2.com
- บันทึกไฟล์: บันทึกไฟล์เป็นนามสกุล .txt และใช้การเข้ารหัสแบบ UTF-8
ขั้นตอนที่ 3: ส่งไฟล์ Disavow ไปยัง Google Disavow Tool
- ไปที่หน้า Google Disavow Tool: https://search.google.com/search-console/disavow-links
- ในหน้าเว็บ ให้เลือก Property (เว็บไซต์) ของคุณให้ถูกต้อง
- คลิกปุ่มเพื่อ อัปโหลดไฟล์ .txt ที่คุณสร้างไว้
- กดยืนยันการส่ง เป็นอันเสร็จสิ้น
5. ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดในการทำ Disavow
- เป็นเครื่องมือสำหรับผู้เชี่ยวชาญ: Google ได้เตือนไว้อย่างชัดเจนว่านี่คือฟีเจอร์ขั้นสูง หากใช้งานผิดพลาดอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อเว็บไซต์ของคุณได้
- อย่า Disavow ลิงก์ดีๆ โดยไม่ตั้งใจ: การปฏิเสธลิงก์ที่มีคุณภาพโดยอุบัติเหตุ อาจทำให้อันดับ SEO ของคุณตกลงอย่างรุนแรง
- ต้องใช้เวลา: หลังจากส่งไฟล์ไปแล้ว Google อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการประมวลผล ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นผลในทันที
บทสรุป ใช้เมื่อจำเป็นและใช้ด้วยความระมัดระวัง
โดยสรุปแล้ว Disavow Tool ก็เปรียบเสมือน “ยาแรง” ที่ควรใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราบอก Google ว่าไม่ต้องสนใจ Backlink ที่ไม่มีคุณภาพ แต่ก็ต้องใช้ด้วยความเข้าใจและความระมัดระวังสูงสุด
หากไม่แน่ใจ 100% การปล่อยให้ Algorithm ของ Google จัดการกับลิงก์เหล่านั้นเองอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่หากคุณมั่นใจว่ากำลังเผชิญกับลิงก์ที่เป็นอันตราย การทำ Disavow อย่างถูกวิธีก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยปกป้องเว็บไซต์ของคุณได้




